ธาตุอาหารรอง
1. แคลเซียม
ปริมาณแคลเซียมที่พบในพืชจะพบมากบริเวณส่วนที่กำลังเติบโต เช่น ยอด และปลายราก แคลเซียมเป็นธาตุที่ช่วยเสริมการนำธาตุไนโตรเจนจากดินไปใช้ประโยชน์ให้มากขึ้น

2. กำมะถัน
กำมะถันเป็นธาตุที่มีความจำเป็นต่อการสร้างโปรตีนพืช เป็นธาตุที่เป็นองค์ประกอบของโปรตีน และวิตามินบางชนิด เช่น วิตามินบี 1 นอกจากนี้ ยังมีผลทางอ้อมต่อการสร้างส่วนที่เป็นสีเขียวของพืช  ช่วยในกระบวนการหายใจ และการสังเคราะห์อาหาร ช่วยเพิ่มปริมาณน้ำมันในพืชบางชนิด เป็นองค์ประกอบของสารระเหยที่มีกลิ่นเฉพาะตัว เช่น หอม กระเทียม เป็นต้น

3. แมกนีเซียม
แมกนีเซียมเป็นองค์ประกอบของส่วนที่เป็นสีเขียว ทั้งใบ ลำต้น ผล และส่วนอื่นๆ มีบทบาทสำคัญในการสร้างอาหาร และโปรตีน

จุลธาตุ 8 ธาตุ
1. เหล็ก
เหล็กเป็นองค์ประกอบของโปรตีน และมีบทบาทในการสังเคราะห์อาหาร ช่วยกระตุ้นกระบวนการหายใจ และกระบวนการปรุงอาหารให้เป็นไปอย่างสมบูรณ์

2. ทองแดง
ทองแดงมีผลต่อพืชทางอ้อมต่อการสร้างส่วนที่เป็นสีเขียว ช่วยเพิ่มโมเลกุลคลอโรฟิลล์ และป้องกันการทำลายส่วนสีเขียวซึ่งอาจเกิดจากการขาดธาตุไนโตรเจน ช่วยให้ต้นพืชแข็งแรง และอายุยาวขึ้น เป็นส่วนประกอบของน้ำย่อยในพืช ช่วยในการสังเคราะห์อาหารสำหรับการเจริญเติบโต และการติดดอกออกผล

3. สังกะสี
สังกะสีมีบทบาท และหน้าที่สำคัญที่เกี่ยวข้องกับฮอร์โมนพืช  พืชที่ขาดสังกะสีจะทำให้ปริมาณฮอร์โมนไอ-เอ-เอ (IAA) ที่ตายอดลดลง ทำให้ตายอด ข้อ และปล้องไม่ขยาย ใบออกซ้อนกัน นอกจากนี้ยังทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับน้ำย่อยหลายชนิด การสร้างสารอาหาร และสังเคราะห์แสง สังกะสีมีผลทางอ้อมในการสร้างส่วนสีเขียว

4. แมงกานีส
แมงกานีสมีผลต่อใบ เนื่องจากมีบทบาทในการสังเคราะห์แสง ช่วยกระตุ้นการทำงานของน้ำย่อย และควบคุมกิจกรรมของธาตุเหล็ก และไนโตรเจน

5. โบรอน
โบรอนทำหน้าที่ช่วยให้พืชดูดธาตุแคลเซียม และไนโตรเจนได้มากขึ้น หากพืชต้องการแคลเซียมมากย่อมต้องการโบรอนมากเช่นกัน และยังช่วยให้พืชใช้ธาตุโปแตสเซียมได้มากขึ้น นอกจากนี้ ยังมีบทบาทในการสังเคราะห์แสง การย่อยโปรตีน คาร์โบไฮเดรต ควบคุมการดูด และการคายน้ำของพืชในกระบวนการสังเคราะห์อาหาร และเพิ่มคุณภาพของรสชาติ ขนาด และน้ำหนักผล

อาการขาดธาตุโบรอนจะพบได้ที่ยอด และใบอ่อน โดยพบลักษณะยอด และตายอดบิดงอ ใบอ่อนบาง มีความโปร่งใสผิดปกติ เส้นกลางใบหนากร้าน ใบตกกระ พบมีสารเหนียวออกตามเปลือกลำต้น กิ่งก้านเหี่ยว เปลือกผลหนา และผลแตกเป็นแผล ผลเล็ก และแข็งผิดปกติ พืชตระกูลกะหล่ำจะพบจุดสีน้ำตาลหรือดำ

6. โมลิบดินัม
เป็นธาตุที่จาเป็นสาหรับการตรึงธาตุไนโตรเจน ทาให้การทางานของธาตุไนโตรเจนในพืชสมบูรณ์ขึ้น นอกจากนี้ยังจาเป็นสาหรับกระบวนการสร้างสารสีเขียว และน้าย่อยภายในพืชบางชนิดในดินด่างความเป็นประโยชน์ของธาตุโมลิบดินัมต่อ พืชมากขึ้น แต่ในดินกรดพืชมักแสดงอาการขาดธาตุนี้เสมอ นอกจากนี้ปริมาณธาตุโมลิบดินัมยังขึ้นกับปริมาณธาตุอาหารพืชบางธาตุในดิน เช่น ธาตุเหล็ก ธาตุอลูมิเนียม และกามะถัน โดยถ้ามีธาตุทั้งสามมากเกินไปทาให้ความเป็นประโยชน์ของโมลิบดินัมลดลง ในดินที่มีธาตุฟอสฟอรัสเพียงพอช่วยส่งเสริมให้พืชดูดธาตุโมลิบดินัมได้มาก ขึ้น

ในพืชที่มีอาการขาดธาตุโมลิบดินัม เช่น พืชผัก มักแสดงอาการที่ใบแก่โดยเป็นจุดด่างเป็นดวงๆ ขณะที่เส้นใบยังเขียว ถ้าขาดธาตุนี้รุนแรงใบม้วนเข้าข้างใน ลักษณะที่ปลายและขอบแห้ง สาหรับมะเขือเทศแสดงอาการขาดธาตุโมลิบดินัมที่ใบส่วนล่าง โดยขอบใบหงิกงอ ดอกร่วงและผลแคระแกรนเติบโตไม่เต็มที่

7. ธาตุคลอรีน
ธาตุนี้มักพบในรูปของสารประกอบของเกลือโซเดียม โดยเฉพาะดินเค็มในแถบชายฝั่งทะเล และดินเค็มในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยคลอรีนมีความสำคัญต่อกระบวนการสังเคราะห์แสง ช่วยให้พืชแก่เร็วขึ้น พืชที่ขาดธาตุคลอรีนจะมีใบซีด เหี่ยว และใบมีสีเหลือง แต่พืชได้รับคลอรีนมาก ขอบใบจะแห้ง ใบเหลืองก่อนกำหนด

8. นิเกิล
นิเกิลเป็นธาตุที่สำคัญต่อเอนไซม์ Urease โดยทำหน้าที่ช่วยปลดปล่อยไนโตรเจนให้อยู่ในรูปที่พืชนำไปใช้ได้ นอกจากนี้ ยังจำเป็นต่อกระบวนการดูดซับธาตุเหล็ก ช่วยในกระบวนการงอกของเมล็ด หากนิเกิลไม่เพียงพอต่อความต้องการ พืชอาจไม่ให้ผลผลิตเต็มที่