ต้นไม้ไทย

ต้นไม้เล่าเรื่อง : ทุก ๆ อย่างเกี่ยวกับต้นไม้

Archive for the ‘– ชีวภาพ/อินทรีย์’ Category

ไตรโคเดอร์มา

เชื้อราไตรโคเดอร์มา

เชื้อราไตรโคเดอร์มามีหลากหลายสายพันธุ์ด้วยกัน ซึ่งแต่ล่ะสายพันธุ์จะมีความสามารถที่แตกต่างกันออกไป

 

ในที่นี้เซื้อราสายพันธุ์ที่เราใช้ได้ถูกคัดเลือกแล้วว่าดีที่สุดสำหรับโรคพืชที่เกิดในประเทศไทย เป็นเชื้อราชั้นสูง จัดเป็นเชื้อราปฏิปักษ์ที่สามารถใช้ควบคุมโรคพืช ซึ่งเกิดจากเชื้อราสาเหตุโรคพืชในดินได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น โรคโคนเน่า โรคเน่าระดับดิน (เน่าคอดิน)ของกล้าพืช และโรคเหี่ยว

นอกจากจะยับยั้งแล้วยังใช้ป้องกันโรคพืชที่เกิดจากเชื้อราเช่น
เชื้อราพิเทียม (โรคเน่าระดับดิน กล้ายุบ กล้าเน่า)
เชื้อราฟิวซาเรียม (โรคเหี่ยว)
เชื้อราสเคลอโรเทียม (โรคโคนเน่า เหี่ยว)
เชื้อราไรซอคโทเนีย (โรคเน่าระดับดิน กล้ายุบ กล้าเน่า)
เชื้อราคอลเรโตตริคัม (โรคใบจุด ใบไหม้ ผลเน่า แอนแทรคโนส )
เชื้อราโฟมอพซิส (โรคใบจุด ลำต้นไหม้ )
เชื้อราอัลเทอร์นาเรีย (โรคใบจุด ใบไหม้)

เชื้อราไตรโคเดอร์มา (Trichoderma harzianum) เป็นเชื้อราชั้นสูงเส้นใยมีผนังกั้นเจริญได้ดีในดิน เศษซากพืช ซากของสิ่งมีชีวิตต่างๆ และวัสดุอินทรีย์ตามธรรมชาติ สร้างเส้นใยสีขาวและผลิตส่วนขยายพันธุ์ที่เรียกว่า “โคนิเดีย” หรือ “สปอร์” เมื่อนำมาเพาะเลี้ยงจะเห็นเส้นใยสีขาวและ สปอร์สีเขียว บางชนิดอาจเป็นสีขาวหรือเหลือง เชื้อราไตรโคเดอร์มาจัดเป็นเชื้อราปฏิปักษ์ (Antagonis fungicide) ที่สามารถใช้ควบคุมโรคพืชในดินหลายชนิดโดยวิธีการเบียดเบียนหรือ เป็นปรสิต แข่งขันหรือแย่งใช้อาหารที่เชื้อโรคต้องการ นอกจากนี้เชื้อราไตรโคเดอร์มายังสามารถช่วยละลายแร่ธาตุในดินให้อยู่ในรูปที่เป็นประโยชน์ต่อพืช ส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืชและชักนำให้ต้นพืชมีความต้านทานต่อเชื้อโรคพืชทั้งเชื้อราและแบคทีเรียสาเหตุโรคพืช สำหรับกลไกของเชื้อไตรโคเดอร์มาในการต่อสู้กับเชื้อสาเหตุโรคพืชมีดังนี้

– การแข่งขันกับเชื้อโรคพืช ด้วยเหตุที่เชื้อราไตรโคเดอร์มาเจริญสร้างเส้นใยได้รวดเร็ว สามารถสร้างสปอร์ได้ในปริมาณสูงมาก โดยอาศัยอาหารจากเศษวัสดุอินทรีย์ต่าง ๆ จึงช่วยให้เชื้อราไตรโคเดอร์มาสามารถแข่งขันกับเชื้อโรคพืชหรือจุลินทรีย์ที่อยู่บริเวณเดียวกัน นอกจากนี้เชื้อไตรโคเดอร์มายังรบกวนกิจกรรมต่าง ๆ ของเชื้อโรคทำให้ความรุนแรงลดลง
– การเป็นปรสิตต่อเชื้อโรคพืช เชื้อราไตรโคเดอร์มาสามารถสร้างเส้นใยพันรัดแล้วแทง ส่วนของเส้นใยเข้าสู่ภายในเส้นใยของเชื้อราสาเหตุโรคพืช ทำให้เส้นใยเชื้อโรคพืชตาย และไตรโคเดอร์มายังทำลายโครงสร้างที่เชื้อโรคพืชสร้างขึ้นเพื่อขยายพันธุ์หรืออยู่ข้ามฤดูปลูก
– การสร้างสารยับยั้งหรือทำลายเชื้อโรคพืช เชื้อราไตรโคเดอร์มาสามารถสร้างสารปฏิชีวนะ สารพิษและน้ำย่อย(เอ็นไซม์) เพื่อหยุดยั้งหรือทำลายเส้นใยของเชื้อราสาเหตุโรคพืชได้
– การชักนำให้พืชมีความต้านทานโรค เชื้อราไตรโคเดอร์มาป้องกันระบบรากพืชจากการเข้าทำลายของเชื้อราสาเหตุโรคพืช ทำให้ระบบรากพืชสมบูรณ์แข็งแรง ช่วยให้เมล็ดงอกและเจริญเติบโตได้ดี ชักนำให้พืชผลิตสารประเภทเอนไซม์หรือโปรตีน เช่น เพนทิลไพโรน กรดฮาร์เซียนิค กระตุ้นให้เกิดความต้านทานโรคขึ้นภายในพืช

ประโยชน์ของเชื้อราไตรโคเดอร์มา

เชื้อราไตรโคเดอร์มาเป็นเชื้อราที่มีคุณสมบัติและศักยภาพสูงในการใช้ควบคุมเชื้อราสาเหตุโรคพืช ตรงตาม
หลักการ และแนวคิดของการควบคุมเชื้อสาเหตุโรคพืชโดยชีววิธี ทั้งนี้เพราะเชื้อราชนิดนี้สามารถเจริญ
อย่างรวดเร็ว สร้างสปอร์ปริมาณสูงมาก โดยอาศัยอาหารจากเศษอินทรีย์วัตถุ ช่วยให้สามารถแข่งขันกับ
เชื้อโรคพืช หรือจุลินทรีย์ที่มีอยู่รอบข้างได้ดี

กลไกการทำงานของเชื้อราไตรโคเดอร์มา

1.เชื้อราไตรโคเดอร์มาลดกิจกรรมของเชื้อราสาเหตุโรคพืช ได้อย่างไร ?
เชื้อราสาเหตุโรคพืชหลายชนิดสามารถเจริญได้โดยอาศัยอาหาร ทั้งจากพืชอาศัย โดยตรงในขณะที่
กำลังเข้าทำลายพืชอยู่ หรืออาศัยวัสดุอินทรีย์จำพวกเศษซากพืชที่กำลังย่อยสลาย ตัวอย่าง เช่น เชื้อ
ราพิเทียม เชื้อราไฟทอฟธอรา เชื้อราไรซ็อคโทเนีย และ เชื้อราสเคลอโรเทียม  เอกสารประกอบการฝึก
อบรม ของโครงการการผลิตเชื้อราปฏิปักษ์ไตรโคเดอร์มาเพื่อใช้ทดแทนสารเคมีในการควบคุมโรคของ
พืชในระบบ GAP และเกษตรอินทรีย์ส่วนเชื้อราไตรโคเดอร์มาเป็นเชื้อราที่ไม่ทำให้พืชเกิดโรคจึงไม่สามารถใช้อาหารจากพืชปกติได้แต่จะอาศัยอาหารจากอินทรีย์วัตถุและเศษซากพืชในดินแต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น เชื้อราไตรโคเดอร์
มามีผลกระทบต่อกิจกรรมของเชื้อราสาเหตุโรคพืชได้ในช่วงระยะที่เชื้อโรคอาศัยอาหารจากอินทรีย์วัตถุ
เพื่อการเจริญและสร้างส่วนขยายพันธุ์ให้มีปริมาณมาก เชื้อราไตรโคเดอร์มาสามารถลดกิจกรรมของเชื้อ
ราสาเหตุโรคพืชดังกล่าว โดยการพันรัดเส้นใย แล้วปลดปล่อยเอนไซม์ออกมาหลายชนิด เช่น ไคติเนส
เซลลูเลส กลูคาเนส เพื่อสลายผนังเส้นใยของเชื้อโรคก่อนที่จะแทงส่วนของเส้นใยเข้าไปภายในเส้นใย
ของเชื้อโรค เชื้อราไตรโคเดอร์มาเจริญอย่างรวดเร็วโดยใช้อาหารจากภายในเส้นใยของเชื้อโรค
กิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเจริญของเส้นใยเชื้อโรคจะลดลงอย่างมาก ส่งผลให้กิจกรรมเกี่ยวกับ
การสืบพันธุ์ลดลงไปด้วย

นอกจากนี้ในกรณีที่เชื้อโรคกำลังเข้าทำลายรากพืช หรือส่วนใดส่วนหนึ่งของพืช เช่น  บริเวณแผล
หรือรอยตัด  เชื้อราไตรโคเดอร์มาจะทำหน้าที่ขัดขวางกิจกรรมการเข้าทำลายของเชื้อโรคบริเวณดัง
กล่าวได้ โดยการแข่งขันการใช้อาหาร และรบกวนการพัฒนาของเชื้อโรคพืช   ทุกระยะเป็นเหตุให้
การงอกของสปอร์ การเจริญและพัฒนาของเส้นใยการขยายพันธุ์และสืบพันธุ์ของเชื้อโรคพืชลดลง
ผลจากการรบกวนและขัดขวางกิจกรรมต่างๆ ของเชื้อโรค จะส่งผลให้ความรุนแรงของการเกิดโรคพืชลด
ลงได้ในที่สุด

2.เชื้อราไตรโคเดอร์มาลดปริมาณเชื้อราสาเหตุโรคพืช ได้อย่างไร?
เชื้อราไตรโคเดอร์มาสามารถขัดขวางกิจกรรมต่างๆ ของเชื้อโรคพืชจะทำให้ความ รุนแรงของการเกิดโรค
ลดน้อยลง ส่งผลให้ปริมาณเชื้อราสาเหตุโรคพืชลดลงจนอยู่ในระดับที่ไม่สามารถก่อให้เกิดความเสีย
หายรุนแรงกับพืชที่ปลูกได้ เชื้อราไตรโคเดอร์มาสามารถเข้าทำลายส่วนที่เป็นโครงสร้างของเชื้อสาเหตุ
โรคพืชซึ่งถูกสร้างขึ้นเพื่อการสืบพันธุ์หรือเพื่อความอยู่รอดภายใต้สภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมได้ เช่น
กรณีของเชื้อราไตรโคเดอร์มาที่เข้าทำลายเม็ดสเคลอโรเทียมซึ่งเป็นส่วนขยายพันธุ์ของเชื้อราสเคลอโร
เทียม รอล์ฟสิไอ (ราเมล็ดผักกาด) ทำให้เม็ดสเคลอโรเทียมฝ่อตายไปก่อนที่จะมีโอกาสงอกเป็นเส้น
ใยเพื่อเข้าทำลายพืช แสดงให้เห็นว่าเชื้อราไตรโคเดอร์มามีบทบาทในการทำลายเชื้อโรคพืชขณะที่อยู่
ในระยะพักตัวได้ ส่งผลให้ปริมาณของเชื้อโรคพืชลดลงอย่างต่อเนื่อง

3.เชื้อราไตรโคเดอร์มาเพิ่มการเจริญเติบโตของพืช ได้อย่างไร ?
นอกจากเชื้อราไตรโคเดอร์มาจะช่วยป้องกันการเข้าทำลายของเชื้อโรคพืชหลายชนิดแล้ว ยังพบว่าโตร
โคเดอร์มาสามารถเพิ่มการเจริญเติบโต  การสร้างดอกและผลผลิตของพืชต่างๆเช่นไม้ดอกไม้ประดับ
ที่ปลูกในกระถาง พืชผักต่างๆ กล้าไม้ผลที่เพาะด้วยเมล็ด ตลอดจนกิ่งปักชำ และพืชหัว โดยเพิ่มขนาด
และความสูงของต้น น้ำหนักของต้นพืชทั้งต้น น้ำหนักของหัว ตั้งแต่ 10-60% เมื่อเปรียบเทียบกับ
กรณีที่ไม่ได้ใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มา  มีผู้รายงานว่าเชื้อราไตรโคเดอร์มาสามารถสร้างสารเร่งการเจริญ
เติบโต (ฮอร์โมน) ต่างๆ ได้เอง ในขณะที่บางกรณีเชื่อว่าเชื้อราไตรโคเดอร์มาสร้างสารไปกระตุ้นให้
พืชสร้างสารเร่งการเจริญเติบโตมากกว่าปกติ และบางกรณีเชื้อราไตรโคเดอร์มาไปขัดขวางหรือทำลาย
จุลินทรีย์ต่างๆ ที่รบกวนระบบรากของพืช ทำให้ระบบรากพืชสมบูรณ์ และแข็งแรง สามารถดูดซับอาหาร
และแร่ธาตุต่างๆ  เชื้อราไตรโคเดอร์มาผลิตสารหลายชนิดที่มีผลในการเพิ่มน้ำหนักสดของต้นและราก
แตงกวา การเพาะเมล็ดที่ปลูกในดินซึ่งปลูกหรือโรยด้วยเชื้อราไตรโคเดอร์มา พบว่าเมล็ดจะงอกเร็วกว่า
ปกติ  2-3 วัน และต้นกล้าจะมีขนาดใหญ่โตกว่าปกติ นอกจากนี้พบว่าเปอร์เซ็นต์ความงอกและ
จำนวนต้นรอดตายเพิ่มมากขึ้นด้วย ในต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา และนิวซีแลนด์ มีชีวภัณฑ์ไตรโค
เดอร์มาที่มีคุณสมบัติดังกล่าวข้างต้นวางจำหน่ายแล้ว

4. เชื้อราไตรโคเดอร์มาเพิ่มความต้านทานของพืช ได้อย่างไร?
ในปัจจุบันได้เริ่มมีการใช้ไตรโคเดอร์มาฝัง หรือฉีดเข้าสู่ลำต้นหรือระบบรากพืช เพื่อจุดประสงค์ในการ
ป้องกันโรค และรักษาพืชที่เป็นโรค โดยเฉพาะอย่างยิ่งในไม้ผลยืนต้น จากการสังเกตพบว่า พืชที่ได้รับ
เชื้อโดยวิธีนี้ จะมีความแข็งแรงและต้านทานต่อการเกิดโรคได้คล้ายกับการฉีดวัคซีนในมนุษย์หรือสัตว์
ขณะนี้มีรายงานผลการวิจัยว่าสามารถชักนำให้ต้นพืชต่างๆ มีความต้านทานต่อเชื้อราและเชื้อแบคทีเรีย
ที่เป็นสาเหตุของโรคพืชหลายโรคเช่น โรครากเน่า โรคโคนเน่า โรคใบไหม้ โรคใบจุด โรคราน้ำค้าง
และโรคราแป้ง เป็นต้น
ประโยชน์ของการใช้ไตรโคเดอร์มา
ควบคุม ทำลายหรือยับยั้งเชื้อราในดินสาเหตุโรคพืชทั้งราชั้นสูงและราชั้นต่ำ เช่น
1. ทำลายเชื้อราพิเทียม (Pythium spp.) สาเหตุโรคเน่าระดับดิน กล้ายุบ กล้าเน่า โคนเน่า โรคยอดเน่าในพืชไร่ มะเขือเทศ พืชผักชนิดต่างๆ
2. ทำลายเชื้อราไฟทอฟเทอร่า (Phytopthora spp.) สาเหตุโรคราที่ทำให้ผลร่วง ดอกร่วง
ใน ลำใย ลิ้นจี่ โรคดอกรวงในทุเรียน โรครากเน่า-โคนเน่า ใน พริก ทุเรียน ส้ม มะนาว พริกไท แตงโม แตงกวา แตงร้าน มะเขือเทศและโรคเน่าเข้าไส้ในกล้วย ฯลฯ
3. ทำลายเชื้อราสเคอโรเทียม (Sclerotium spp.) สาเหตุโรค โคนเน่า โรคกล้าไหม้ ราเม็ดผักกาด โรคเหี่ยวในพืชผักชนิดต่าง ๆ มะเขือเทศ พืชไร่ สตรอเบอรี่ มันฝรั่ง
4. ทำลายเชื้อราไรซอกโทเนีย (Rhizoctonia spp.) สาเหตุโรคเน่าคอดิน กล้ายุบ กล้าเน่า ทำให้ทุเรียนเป็นโรคใบติด
5. ทำลายเชื้อราคอลเลทโททริกัม (Colletotrichum spp.) สาเหตุโรคแอนแทรคโนสในมะม่วง องุ่น ฝรั่ง พุทรา ชมพู่ มะละกอ พริก หอมหัวใหญ่ หอมแบ่ง หอมแดง กระเทียม มันฝรั่ง
6. ทำลายเชื้อราอัลเทอนาเรีย (Alternaria spp.) สาเหตุโรคโรคใบจุดเน่าในพืชตระกูลกระหล่ำ เช่น ผักคะน้า ผักกาดขาว กระหล่ำดอก กระหล่ำปลี บรอคโครี่ สตรอเบอรี่ มันฝรั่ง พริก
7. ทำลายเชื้อรา ฟิวชาเรียม (Fusarium spp.) สาเหตุโรคใบไหม้ในไม้ผล พืชไร่ พืชผักชนิดต่างๆ ตลอดจนไม้ดอก ไม้ประดับ

วิธีการใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มา(ชนิดผงแห้ง)ในการควบคุมโรคพืช

1.เชื้อราไตรโคเดอร์มา ชนิดผงแห้ง 1ซอง บรรจุ 100 กรัม เทเชื้อผงแห้งลงในขวดที่มีน้ำสะอาด 10ลิตร ปิดฝาเขย่าๆ2-3ครั้งเป็นเวลา10 นาที ค่อยๆรินหรือกรองเอากากออก ผสมสารจับใบสำหรับชีวภัณฑ์ทุกครั้งในอัตรา 2-5ซีซีต่อน้ำ20ลิตร ฉีดพ่น ทรงพุ่ม กิ่ง ก้าน ใบ ช่อดอก ผลของพืชทุกชนิดใช้ 100ซีซี/น้ำ 20ลิตร ไม่ควรเก็บเชื้อน้ำจากผงแห้งเกิน 24ชั่วโมง แต่สามารถแบ่งผสมได้ตามอัตราส่วน ที่เหลือในซองพับห่อใช้หนังยางรัดเก็บไว้ในตู้เย็นช่องแช่ธรรมดาได้มากกว่า 6 เดือน ควรผสมสารสกัดฮิวมิคแอซิด 5 กรัมในน้ำที่ใช้ฉีดพ่น20ลิตร

2.เชื้อราไตรโครเดอร์มา ชนิดผงแห้ง 1ซอง เทลงในน้ำ 100 ลิตร ใช้สารจับใบสำหรับชีวภัณฑ์ 10 ซีซี ลงไปในน้ำ กวนให้เข้ากัน ทิ้งไว้10นาที ใช้แช่เมล็ดพันธุ์พืช กิ่งปักชำ พืชหัว เหง้า หน่อ ท่อนพันธุ์ ฯลฯ เช่น ผักหวานบ้าน เมล็ดข้าวเปลือก ขิง ข่า ตะไคร้ หัวหอม กระเทียม เผือก มันสำปะหลัง เป็นต้น เป็นเวลา 1-2 ชั่วโมง(สำหรับเมล็ดพันธุ์)และ10-30นาที(สำหรับท่อนพันธุ์)ควรผสมสารสกัดฮิวมิคแอซิด 20 กรัมในน้ำที่ใช้แช่เมล็ดหรือท่อนพันธุ์100ลิตร

3.ใช้รองก้นหลุ่ม 4-5เม็ดต่อหลุ่ม หรือฝังในวัสดุเพาะชำ 100กรัมมีประมาณ600เม็ด

หลักการใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มาชนิดผงแห้งที่ละลายในน้ำเป็นแบบหัวเชื้อน้ำแล้ว

  1. การฉีดพ่นเชื้อราไตรโคเดอร์มา(ชนิดน้ำ)ลงในกระบะเพาะกล้า กระถาง หรือถุงปลูกพืช:
    หลังจากหยอดเมล็ดแล้ว หรือในระหว่างที่ต้นกล้าเริ่มเจริญเติบโต ควรฉีดพ่นเชื้อราไตรโคเดอร์มา(ชนิดน้ำ)ลงดินให้ดินเปียกชุ่มบางกรณีอาจใช้ฉีดพ่นลงในถุงเพาะกล้าหรือกระถางปลูกพืช ตั้งแต่เริ่มปลูกหรือในระหว่างที่พืชกำลังเจริญเติบโต โดยฉีดให้ดินเปียกชุ่ม คล้ายกับการรดน้ำพืช

    2. การฉีดพ่นเชื้อราไตรโคเดอร์มา(ชนิดน้ำ)ลงในหลุมปลูกพืช: หลังจากเพาะเมล็ดหรือย้ายกล้าพืชลงปลูกในหลุมปลูกแล้ว ควรฉีดพ่นเชื้อราไตรโคเดอร์มา(ชนิดน้ำ)ให้ดินในหลุมบริเวณรอบหลุมปลูกเปียกชื้น

    3. การฉีดพ่นเชื้อราไตรโคเดอร์มา(ชนิดน้ำ)ลงบนแปลงปลูกพืชหลังจากหว่านเมล็ด และคลุมแปลงด้วยฟางแล้ว ใช้น้ำ
    เชื้อฉีดพ่นในอัตรา 10-20 ลิตร/100 ตารางเมตร และให้น้ำแก่พืชทันที กรณีที่ต้องการคลุมแปลง
    ปลูกด้วยพลาสติกดำ ให้ฉีดพ่นเชื้อราไตรโคเดอร์มา(ชนิดน้ำ)ลงบนแปลงปลูก อัตรา 10-20 ลิตร/100 ตารางเมตร
    ก่อนคลุมแปลงด้วยพลาสติกดำ (ต้องรดน้ำให้ดินบนแปลงปลูกมีความชื้น 60-80 เปอร์เซ็นต์ก่อน
    คลุมแปลงได้ก็จะดียิ่งขึ้น) สำหรับกรณีที่พืชกำลังเจริญเติบโตอยู่ในแปลงแล้ว สามารถฉีดพ่นเชื้อราไตรโคเดอร์มา(ชนิดน้ำ)บนแปลง ในอัตรา 10-20 ลิตร/100 ตารางเมตร ได้ทุกระยะการเจริญเติบโตของพืช

    4. การฉีดพ่นเชื้อราไตรโคเดอร์มา(ชนิดน้ำ)โคนต้นพืช: ให้ฉีดพ่นโคนต้นพืชและดินบริเวณรอบโคนต้นพืชจนเปียกชื้น
    (เพื่อป้องกันโรคโคนเน่า) หรือใช้อัตรา 20 ลิตร/100 ตารางเมตร

    5. การฉีดพ่นเชื้อราไตรโคเดอร์มา(ชนิดน้ำ)หรือปล่อยไปพร้อมระบบการให้น้ำใต้ทรงพุ่มของพืช: ให้ฉีดพ่นเชื้อราไตรโคเดอร์มา(ชนิดน้ำ)จนดินใต้ทรงพุ่มเปียกชื้น โดยใช้อัตรา 10-20 ลิตรต่อ 100 ตารางเมตร ควรให้น้ำแก่พืชก่อนและหลัง
    ฉีดพ่นเพื่อให้น้ำพาเชื้อซึมลงดิน และช่วยให้เชื้อเจริญได้ดีในดินที่มีความชื้น การปล่อยเชื้อราไตรโคเดอร์มา(ชนิดน้ำ)ไปกับระบบการให้น้ำแก่พืช แบบพ่นฝอยสามารถทำได้ โดยใช้อัตรา 10-20 ลิตรต่อ 100 ตารางเมตร ควรให้น้ำเปล่าประมาณ 10-15 นาที เพื่อให้ดินชื้นก่อนปล่อยน้ำเชื้อ จากนั้นปล่อยน้ำเชื้อจนหมดถังแล้วต้องปล่อยน้ำเปล่าตามอีก 10-15 นาทีเพื่อไล่น้ำเชื้อที่ตกค้างในท่อให้ออกจากระบบท่อให้หมด  เพื่อป้องกันเส้นใยของเชื้ออุดตันท่อ

    6. การฉีดพ่นเชื้อราไตรโคเดอร์มา(ชนิดน้ำ)ลงส่วนบนของต้นพืช
    ให้เติมสารจับใบสำหรับชีวภัณฑ์ลงในน้ำ 5 ซีซี./20 ลิตร ก่อนนำไปฉีดพ่นลงบนใบ กิ่งก้าน ดอก ผล ของพืช เพื่อป้องกันโรคที่เกิดจากเชื้อรา ฉีดพ่นทุก 7-10 วัน เพื่อป้องกันการเข้าทำลายของเชื้อโรค บางกรณีที่มีโรคระบาดรุนแรงอาจใช้ฉีดพ่นเชื้อราไตรโคเดอร์มา(ชนิดน้ำ)เข้มข้นกว่าปกติคือ เชื้อสด 200 ซีซีต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นพืชทุก 3-7 วัน

7.ชุบ แช่ท่อนพันธุ์พืช หรือพืชหัว พืชเหง้า เช่นมันสำปะหลัง เผือก มัน ขิง ข่า ตะไคร้  หรือเมล็ดพันธุ์ก่อนปลูกด้วยเชื้อราไตรโคเดอร์มา(ชนิดน้ำ)อัตรา 200ซีซี/น้ำ20ลิตรโดยแช่ท่อนพันธุ์นาน 15-30นาทีและเมล็ดพันธุ์1-2ชั่วโมงก่อนปลูก
8. หลังปลูกท่อนพันธุ์แล้ว ให้ฉีดพ่นเชื้อราไตรโคเดอร์มาสดผสมน้ำอัตรา 100ซีซี/น้ำ20ลิตรให้
ชุ่มบริเวณที่ปลูกท่อนพันธุ์ลงไป

9.ใช้ไตรโคเดอร์มา (ชนิดผงแห้ง)รองก้นหลุมทุกครั้งที่ปลูกพืชในอัตรา5เม็ดต่อ1หลุม

ข้อแนะนำ
1. ควรฉีดพ่นในเวลาเย็นหรือบ่ายที่ความร้อนจากแสงแดดเริ่มน้อยลง กรณีที่บริเวณที่ฉีดพ่นไม่มีร่มเงาจากพืชเลย

2. ถ้าดินบริเวณที่จะฉีดพ่นเชื้อแห้งมาก ควรให้น้ำพอให้ดินมีความชื้นเสียก่อนหรือให้น้ำทันทีหลัง
ฉีดพ่น เพื่อให้น้ำพาเชื้อซึมลงดิน

3. การปล่อยเชื้อราไตรโคเดอร์มา(ชนิดน้ำ)ไปกับระบบน้ำหยดอาจก่อให้เกิดปัญหาการอุดตันของหัวน้ำหยด ในกรณีที่มี
น้ำเชื้อเหลือค้างในท่อ โดยสปอร์จะงอกเป็นเส้นใยไปทำให้อุดตัน จึงจำเป็นต้องปล่อยน้ำล้างสายและ
หัวน้ำหยดหลังการใช้ทุกครั้ง

4. การฉีดพ่นเชื้อราไตรโคเดอร์มา(ชนิดน้ำ)ลงบนดินในแปลงปลูก ควรปฏิบัติควบคู่ไปกับการใช้เชื้อสดผสมปุ๋ยอินทรีย์หว่านคลุกเคล้าไปกับดินในช่วงของการเตรียมแปลงปลูกพืช  เมื่อพืชอยู่ในระยะกำลังเจริญเติบโต สามารถ
ใช้น้ำเชื้อฉีดพ่นลงดินและฉีดให้ทั่วทรงพุ่ม ใบ ดอก กิ่งก้าน ช่อดอก ผล ได้ทุก10วันหรือ3ครั้ง/เดือน

5.ควรใช้ร่วมกับสารจับใบสำหรับชีวภัณฑ์เท่านั้น สามารถฉีดพ่นร่วมกับฮิวมิคและสาหร่ายผงได้ดีมาก

จุดประสงค์ของการผสมยาคือ
1.ขี้เกียจพ่นหลายครั้ง
2.ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพของยา

ข้อดี
1.ทำให้ยามีประสิทธิภาพสูงขึ้น
2.ฉีดคุมโรคได้หลายตัวในครั้งเดียวทำให้ประหยัดเวลา

ข้อเสีย
1.สารเคมีอาจทำปฏิกิริยากันทำให้ประสิทธิภาพลดลง
2.อาจทำให้โรคและแมลงดิ้อยาจึงไม่ควรใช้บ่อย
3.การผสมกันอาจทำให้ยาแรงหรือเข้มข้นกินไปอาจทำให้พืชชะงักการเจริญเติบโต สังเกตได้โดย ปลายรากเขียวๆจาหยุดหรือกุดไป
4.ทำให้เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น
5.ผสมแล้วแรงเกินไปก่อห้เกิดผลข้างเคียงกับพืช

หลักการผสมยาฆ่าแมลงกะยาฆ่าเชื้อราเข้าด้วยกันมีหลักง่ายๆดังนี้ครับ
1.สารเคมีกำจัดแมลงและสารเคมีกำจัดโรคพืชที่อยู่ที่รูปของWp สามารถผสมกันได้
2.สารกำจัดโรคพืชที่อยู่ที่รูปของน้ำมัน เช่น เทอราคลอ สกอร์ อมิตตา แรลลี่ อิทริไดอโซล เป็นต้น ไม่ควรผสมกับยาชนิดอื่น
3.สารเคมีกำจัดแมลงที่อยู่ในรูปของน้ำมันสารมารถผสมกับสารเคมีกำจัดโรคพืชที่อยู่ในรูปของWpหรือผงแป้งได้
4.สารเคมีกำจัดแมลงที่อยู่รูปของน้ำมันสามารถผสมเข้ากันได้
5.สารเคมีบางตัวไม่สามารถผสมกับสารเคมีที่เป็น กำมะถันหรือโลหะ ได้
6.ห้ามนำสารเคมีที่มีสภาพเป็นด่างกะกรดมาผสมกันเพราะสารเคมีจะทำปฏิกิริยากันทำให้เกิดตะกอนและประสิทธิภาพของสารเคมีจะลดลง

ผังการผสมสารป้องกันกำจัดศัตรูพืช

http://topicstock.pantip.com/jatujak/topicstock/2011/02/J10223243/J10223243-1.jpg
1. เมทามิโดฟอส ผสมกับ ไซฟลูทริน และ ไตรฟลูมูรอน ได้
2. เมทามิโดฟอส ไม่จำเป็นต้องผสมกับ ไดเมโทเอต
3. อามีทราซ ผสมกับ มาเนบ แมนโคเซบ ซีเนบ ได้แต่ ผสมกับ เฟอร์แบม ไม่ได้
4. คาร์บาริล ผสมกับ ไดเมโทเอต อาจเกิดอันตรายกับถั่วเหลือง และมะเขือเทศ
คาร์บาริล ผสมกับ ไดเมโทเอต หรือ มาลาไทออนอาจเป็นอันตรายต่อฝ้ายได้
5. คาร์บาริล ผสมกับ ปิโตรเลียมสเปรย์ออยล์ อาจเกิดอันตรายต่อ แอปเปิลได้
6. คาร์บาริล ผสมกับ ไดโฟลาแทน 4 เอฟ ทำให้ผลมะเขือเทศอ่อนๆ เป็นจุดๆ ในช่วงฤดูร้อนหรือขาดน้ำ
7. อย่าผสม ไดอะซิโนน กับ มาเนบ หรือ ซีเนบ พ่นบนต้น แอพริคอท
8. โดดิน ผสมกับ ไดโคโฟล ในรูปของผงได้ แต่ โดดิน ไม่สามารถผสมกับ คลอร์โรเบนซิเลตได้
9. หลังพ่น ซัลเฟอร์ (ผง) 2 อาทิตย์ จึงจะพ่น ไดโคโฟล ได้
10. ไดโคโฟล ผสมกับแคปแทน ในรูปผงได้
11. อย่าผสม ไดเมโทเอต กับ ปิโตรเลียมสเปรย์ออยล์ พ่นบนไม้ประดับ
12. เอ็นโดซัลแฟน ผสมกับ โดดิน และแคปแทน ในสูตรผงเท่านั้น
13. มาลาไทออน ผสมกับ แคปแทน และโดดีน ในรูปผงเท่านั้น
14. ควรผสมมาลาไทออน กับ ไอโพรไดโอน ในเครื่องพ่นที่มีระบบกวน และรีบพ่นทันที
15. เบโนมิล ผสมกับ มาเนบ แมนโคเซบ แต่ไม่จำเป็นต้องผสมกับ เมไทแรม
16. อย่าผสม แบนเลท และ แคปแทน พ่นส้มภายใน 3 อาทิตย์ที่พ่นน้ำมันไปแล้ว
17. ต้องผสมสารจับใบ ตามที่ระบุฉลาก
18. ผสมกันแต่ต้องใช้ภายใน 6 ชั่วโมง
19. ผสมกันได้แต่ต้องรีบใช้ทันที
20. อย่าผสมสารที่มีส่วนประกอบของทองแดง กับ ไซแรม
21. อย่าผสม ไอโพรไดโอน (ร๊อฟรัล สูตรน้ำ) กับ คอปเปอร์ออกซี่คลอไรด์ พ่นบนมันฝรั่ง
22. Growth regulators
สารประกอบของ แนฟทาลีนแอซิทิก, แนฟทาลีนแอซิทามีน และ Phenoxy ส่วนใหญ่สามารถเข้ากับสารฆ่าแมลงและสารป้องกันโรคพืชได้ ยกเว้นสารที่มีฤทธิ์เป็นด่างมาก หากจำเป็นต้องแยกพ่นทีละชนิด หรือใช้ตามคำแนะนำของบริษัทผู้ผลิต
23. Antibiotic ให้ผลดีที่สุเมื่อไม่ผสมกับสารชนิดอื่นๆ Streptomycin, Agri-strep และ Agrimycin สามารถผสมได้กับ ไดเมโทเอต แคปแทน, เฟอร์แบม, พาราไทออน, ซัลเฟอร์ (ผง), มาเนบ และ ซีเนบ แต่ห้ามผสมกับ บอร์โดมิกเจอร์ หรือสารที่มีฤทธิ์เป็นด่างมาก
24. Nuclear Polyhedrosis Virus สามารถผสมกับสารฆ่าแมลงได้ทุกชนิด โดยเฉพาะสารที่มีประสิทธิภาพในการทำลายไข่ เช่น คลอร์ไดมีฟอร์ม และ เมโทมิล เป็นต้น
25. Bacillus thuringiensis โดยส่วนใหญ่สามารถเข้ากับสารฆ่าแมลงและสารป้องกันโรคพืชได้ ผสมแล้วพ่นทันที ยกเว้นสารเหล่านี้คือ อามีทราซ, อะซินฟอสเมทิล, แคพทาโฟล, ไดเมโทเอต, ไดโนแคป, ไอโซโปรคาร์บ, เฟนโทเอต, โฟซาโลน และ บอร์โดมิกเจอร์
26. สารป้องกันกำจัดศัตรูพืชในผังข้างบนนี้ เป็นชื่อสามัญทั้งหมด

ข้อควรระวัง
1. การผสมสารป้องกันกำจัดศัตรูพืชต่างๆ อาจแตกต่างจากผังการผสมสารข้างบนนี้เนื่องจากสูตรของสารฯ เหล่านั้น ดังนั้นต้องปฎิบัติตามคำแนะนำของบริษัทผู้ผลิตอย่างเคร่งครัด
2. ผังนี้ไม่ใช่เป็นการแนะนำให้ใช้ แต่เป็นเอกสารที่รวบรวมจาก แหล่งข้อมูลต่างๆ การผสมสารบางอย่างอาจจะเกิดอันตรายต่อ มนุษย์ สัตว์ และพืชได้
3. เมทามิโดฟอส และ เอนโดซัลแฟน ได้ถูกกำหนดให้เป็น วัตถุอันตรายชนิดที่ 4 แล้ว คือ จัดเป็นวัตถุอันตรายที่ห้ามประกอบกิจการ ห้ามมิให้มีการผลิต ห้ามนำเข้าหรือส่งออกและห้ามมีไว้ในครอบครอง ตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535

อ้างอิง

หนังสือ “การใช้สารป้องกันศัตรูพืชอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ”
สมาคมอารักขาพืชไทย